ลักษณะของตำหนัก อาคารสายสุทธานภดล
เป็นตำหนักขนาดใหญ่
ออกแบบโดยช่างชาวอิตาลี
(ผู้ออกแบบโรงแรมรถไฟหัวหิน)
ภายในอาคารมีทางเชื่อมระหว่างอาคารทั้งชั้นล่างและชั้นบน
ออกแบบให้มีความโดดเด่นในการเรื่องของการรับลม
และนอกจากนี้ประตูหน้าต่างทุกบานเชื่อมต่อกัน
และมีช่องลมทั่วทั้งตำหนัก
ทำให้ภายในตำหนักมีอากาศปลอดโปร่ง ตำหนักภายในสวนสุนันทาแบ่งออกเป็น
๓ ขนาด ตามอิสริยยศ
ตำหนักขนาดใหญ่จัดเป็นที่ประทับของสมเด็จฯ
เจ้าฟ้าและพระมเหสี
ตำหนักขนาดกลางจะเป็นที่ประทับของพระราชธิดา
และเรือนขนาดเล็กคือเรือนพำนักของเจ้าจอม
ซึ่งในปัจจุบันภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเหลือเพียง
๖ ตำหนัก โดยมีตำหนักขนาดใหญ่ ๑ ตำหนัก
และตำหนักขนาดกลางอีก ๔ ตำหนัก
และเรือนเจ้าจอม ๑
เรือน ชั้นที่
๒ แบ่งส่วนจัดแสดงออกเป็น ๒ ส่วน
คือ ๑)
ส่วนจัดแสดงที่ประทับของพระวิมาดาเธอฯ
กรมพระสุทธาสินีนาฏ
ปิยมหาราชปดิวรัดา
๒)
ส่วนจัดแสดงที่ประทับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี
กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี
(สมเด็จหญิงพระองค์น้อย) ห้องแสดงพระประวัติ ห้องจัดแสดงพระรูปในพระกรณียกิจต่างๆ
ของพระวิมาดาเธอฯและมีพระรูปที่พิเศษ ๑
รูปคือพระรูปที่รัชกาลที่ ๕
ทรงฉายให้พระวิมาดาเธอฯ เมื่อพระชันษา ๔๐
ปี
๑)
ผังแสดงราชสกุล พระวิมาดาเธอฯ
เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหมื่นภูมินทรภักดี
(พระองค์เจ้าลดาวัลย์
พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๓)
และเจ้าจอมมารดาจีน
ทรงมีพระเชษฐภคินีร่วมพระมารดาอีก๒
พระองค์ คือ
ลำดับที่ ๑
พระอัครชายาเธอพระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาถ
กรมขุนอรรควรราชกัลยา
ลำดับที่ ๒
พระอัครชายาเธอ
พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์
พระวิมาดาเธอฯ
ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดา รวม ๔
พระองค์ คือ
ลำดับที่ ๑
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร
กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์
(ต้นราชสกุล
ยุคล)
ลำดับที่ ๒
สมเด็จพระบรมเจ้าวงศ์เธอเจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี
สิ้นพระชนม์ขณะทรงพระเยาว์หลังจากสมเด็จฯ
เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรีสิ้นพระชนม์พระวิมาดาเธอฯ
ทรงสร้างโรงเลี้ยงเด็กขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย
รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชทานนามว่า
“โรงเลี้ยงเด็กพระอัครชายาเธอฯ”
โรงเรือนสร้างขึ้นบริเวณตำบลสวนมะลิ
เพื่ออุทิศเป็นสาธารณะประโยชน์
ลำดับที่ ๓
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้ามาลินีนภดารา ศิรินิภาพรรณวดี
กรมขุนศรีสัชนาลัยสุรกัญญา
ประทับอยู่ในสวนสุนันทา
อยู่ทางทิศตะวันตกของตำหนักพระวิมาดาเธอฯ
ลำดับที่ ๔
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล
วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี
(สมเด็จหญิงพระองค์น้อย)
ทรงเป็นราชเลขานุการิณีส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตลอดรัชกาล
พระองค์ประทับอยู่อีกฟากหนึ่งของตำหนักพระวิมาดาเธอฯ
๒)
ส่วนจัดแสดงศิลปวัตถุในพระวิมาดาเธอฯ
๑.
พัดรอง ใช้ในงานฉลองพระชันษาครบ ๖๐ ปี
ตรงกลางพัดรองคือพระนามย่อของพระวิมาดาเธอฯ
“สสภ.”ปักด้วยดิ้นเงินฝีมือการปักของคุณข้าหลวง
๒.
ตั่ง
ของเดิมที่เคยอยู่ที่ตำหนักแห่งนี้
๓.
พระรูปพระวิมาดาเธอฯ ขณะมีพระชันษา ๖๐
ปี
๔. บันไดคุณข้าหลวง
บันไดขนาดเล็กที่อยู่ตามมุมต่างๆ
ของตำหนัก สำหรับข้าราชบริพารใช้ขึ้น-ลง
ถวายงาน
ซึ่งข้าราชบริพารจะไม่ขึ้น-ลงบันไดของเจ้านาย หมายเหตุ
อ้างอิงข้อมูลจากการสัมภาษณ์อดีตคุณข้าหลวง ภายในห้องจัดแสดงมีแท่นบรรทมตรงกลาง
พระวิสูตรกั้นข้างบน มีพัดชักและมีชักรอก
ช่วงเวลาที่พระองค์เข้าบรรทมประมาณ ๑ ยาม
(๓ ทุ่ม- ๕ทุ่ม)
กิจวัตรประจำวันก่อนเข้าบรรทมคือการลงสวน
ในขณะที่พระองค์เข้าบรรทมจะมีคุณข้าหลวงถวายงานอ่านหนังสือและคอยชักพัดชักให้
โดยแต่ละครั้งคุณข้าหลวงเข้าถวายงาน ๔-๕
คนผลัดเปลี่ยนเวรกันขึ้นมา
(จุดบรรทมเดิมอยู่บริเวณโต๊ะทานข้าวในปัจจุบัน)
๔)
ส่วนจัดแสดงงานฝีมือในพระวิมาดาเธอฯ พระวิมาดาเธอฯ
อบรมงานหลากหลายให้แก่คุณข้าหลวงเช่น
งานอาหาร งานดอกไม้ งานประดิษฐ์ต่างๆ ฯลฯ
ยกตัวอย่างเช่น
เครื่องแขวนดอกไม้สดที่นำไปใช้ในงานพระศพของสมเด็จฯ
เจ้าฟ้าภาณุรังสี ซึ่งได้ออกแบบโดยสมเด็จฯ
เจ้าฟ้านิภานภดล
โดยใช้ชื่อเจ้าของงานมาออกแบบ
และบ่อยครั้งที่เจ้านายจากภายนอกมาขอประทานงานดอกไม้
งานฝีมือ
ไปประดับงานต่างๆ
๑. งานปัก
จำลองการปักดิ้นทองขึ้น-ลงบนผ้าตาด
ตรงกลางพัดรองปักดิ้นทองพระนามย่อ
สสภ.
๒. ภาพเขียนสีน้ำคุณข้าหลวง
(จำลอง) พระวิมาดาเธอฯ
ทรงโปรดให้คุณข้าหลวงวาดภาพดอกไม้
ที่ปลูกรายล้อมตำหนักถวายทุกเช้าเพื่อเก็บความสวยงามของดอกไม้เหล่านั้นไว้
โดยแต่ละภาพมีการระบุชื่อผู้วาด
ชื่อพันธุ์ดอกไม้ทั้งภาษาไทย-อังกฤษ
และวันที่วาดเอาไว้ ปัจจุบันสำนักศิลปะฯ
ได้เก็บรวบรวมภาพเขียนสีน้ำได้ทั้งหมดจำนวน
๑๓๑ ภาพ
และอยู่ในขั้นตอนการอนุรักษ์
๓.
ห้องเครื่อง พระวิมาดาเธอฯ
ทรงเป็นผู้ควบคุมดูแลห้องเครื่องตลอดรัชกาลที่
๕
และในบางครั้งเจ้านายจากภายนอกมาขอประทานอาหารไปจัดเลี้ยง
(จอทัชสกรีน)
แสดงเรื่องอาหารในตำรับพระวิมาดาเธอฯ
แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ เครื่องจิ้ม
และข้าวปรุงสำเร็จ
โดยนำมาจากบันทึกของเจ้าจอม ม.ร.ว.สดับ
(ศักดิ์เป็นหลานในพระวิมาดาเธอฯ)
น้ำพริกลงเรือ
เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับฯ เป็นผู้คิดขึ้น
โดยเกิดจากเหตุการณ์ที่สมเด็จหญิงพระองค์น้อยและเจ้านายพระองค์อื่นๆ
พายเรือเล่น
แล้วอยากนำพระกายาหารมาเสวยในเรือ
แต่ในขณะนั้นห้องเครื่องยังไม่ถึงเวลาเตรียมอาหาร
ด้วยความที่เจ้าจอม ม.ร.ว.สดับ
เป็นคนหัวไว
จึงเอาที่ของที่มีอยู่ในห้องครัวมารวมกัน
ประกอบด้วย น้ำพริกกะปิ ไข่แดงเค็มดิบ
ปลาดุกฟู
และหมูหวาน
๕)
ห้องทรงพระอักษร ภายในห้องมีตู้ไม้ขนาดใหญ่ติดกับผนังห้อง
และมีห้องพระอยู่ด้านข้าง
แต่เดิมเคยเป็นที่เก็บพระอัฐิเจ้านายในราชสกุลลดาวัลย์ปัจจุบันใช้เก็บพระพุทธรูปสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
๖)
ห้องจัดแสดงห้องบรรทมของสมเด็จฯ
เจ้าฟ้านิภานภดล ภายในห้องบรรทม
จำลองเตียงบรรทม ตู้เซฟ และห้องสรง
(ห้องอาบน้ำ)
๑. ห้องสรง
(ห้องอาบน้ำ)
ในสมัยนั้นมีระบบประปาแล้ว
ส่วนอ่างอาบน้ำเป็นแบบตั้ง
และมีชักโครกอยู่ภายในห้อง
๗)
บริเวณลานโถง ในอดีตเป็นห้องทรงพระสำราญ
มีโต๊ะบิลเลียตอยู่ในโถงเป็นศูนย์รวมเจ้านายมาพบปะกัน
ปัจจุบันจัดแสดงภาพเขียนสีน้ำมันพระรูปเจ้านายที่เคยประทับในสวนสุนันทา
ดังนี้
๑.
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลอลงกรณ์
กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
(พระราชธิดาในสมเด็จฯ
พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า)
พระองค์เป็นผู้ตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์
เคยประทับในสวนสุนันทา
แต่ตำหนักที่ประทับอยู่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
๒.
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิธ
๓.
สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์
พระบรมราชเทวีไม่ได้ประทับอยู่ในสวนสุนันทา
เพราะสิ้นพระชนม์ก่อนที่จะมีการสร้างสวนสุนันทา
พระนามของพระองค์เป็นที่มาของชื่อมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นการระลึกถึงพระองค์
๔.
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าศศิพงศ์ประไพ
๕.
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าอดิศัยสุริยาภา
๖.
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระเจ้าองค์เหมวดี
ต่อมาสมัยการเปลี่ยนแปลงปกครอง (พ.ศ.๒๔๗๕)
ถือว่าเป็นจุดสิ้นสุด สมเด็จฯ
เจ้าฟ้านิภานภดล
ทรงให้คุณข้าหลวงแยกย้ายกลับไปอยู่กับครอบครัว
หรือไปสร้างที่พักภายในสวนมะลิ
และประทานเงินเดือนดูแลตลอดจนตาย
และต่อมาสมเด็จเจ้าฯ
ฟ้านิภานภดลทรงเสร็จไปประทับอยู่ที่เมืองบันดุง
ประเทศอินโดนีเซียจนกระทั่งสิ้นพระชนม์พิพิธภัณฑ์อาคารสายสุทธานภดล











