สวนสุนันทา
เป็นเขตพระราชฐานส่วนหน่ึงของพระราชวังดุสิต
เมื่อพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่เสด็จพระราชดา
เนินประพาสยุโรปครั้งหลังในปี ๒๔๕๐
ได้ทอดพระเนตรเห็นสวนของ
พระราชวงศ์ยุโรปหลายแห่ง โดยเฉพาะที่วิลลา
โนเบล ซันเรโม
ประเทศอิตาลีทรงพอพระราชหฤทัยมาก
จึงทรงเกิดความคิดในการสร้างสวนป่าสำหรับประพาสเป็นการส่วนพระองค์เช่นนั้น
บ้าง เมื่อเสด็จนิวตัพระนครในปี ๒๔๕๑
ได้ทรงจัดวางแบบการสร้างสวนสุนันทาให้เป็นสวนป่าทันทีทรงกำหนดให้สร้าง
ประตูจากถนนบ๋วยในพระราชวังสวนดุสิต
ไปสู่สวนสุนันทา เรียกว่าประตูสี่แซ่
หรือประตูสุนันทาทวาร ทรงออกแบบ
ตกแต่งพื้นที่เป็นโขดเขาคูคลอง
มีสวนดอกไม้และตา หนักเรียงรายอยู่ทั่วไป
ทรงโปรดให้
ขุดคูคลองและสระน้ำใหญ่ในสวนสุนันทา
และขุดคลองในบริเวณพระราชวังดูสิต
พระราชทานชื่อว่า คลองเม่งเส็ง
ดินที่ได้จากการขุดคูคลองและสระน้ำ
ในครั้งนั้นได้น้ำ
มาตกแต่งเป็นเนินเขาใหญ่ซึ่งเป็น
สถานที่ประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ
ในปัจจุบัน ในการก่อสร้าง ครั้งนั้น
ได้ก่ออุโมงค์เพื่อใช้ประโยชน์ได้ก่อนจะถมดินคลุมด้านบน
และทำให้เนินเขานั้น มั่นนคงแข็งแรง
ขึ้นด้วยดังได้มีลายพระราชหัตถ์ถึง
เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม ) ทรงปรารภว่า
"ดินข้างคลองเม่งเส็งนั้นให้นึกเสียดาย
เพราะอยู่ใกล้สวนซี่งเราคิดว่าจะขยายออกไปใหม่ถ้าขน
ขึ้นมาที่สวนจะพูนขึ้นเป็นเนินเลนได้สูงอยู่"
เขตพระราชฐานสวนสุนันทาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีสภาพความเป็นสวนป่าส่วนใหญ่การก่อสร้างต่างๆยังไม่เสร็จสมบูรณ์ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อน
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๖ ทรง ดำ
เนินการต่อมาจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ ในปี
พ.ศ.๒๔๖๖
และเมื่อพระวิมาดาเธอกรมพระสุทธาสินีนาฏปิยมหาราชปดิวรัดา
พระอัครชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เสด็จเข้ามาประทับเป็นการถาวรที่ตำหนักในสวนสุนันทา
(ปัจจุบันคืออาคาร ๒๗ สายสุทธานภดล)
พร้อมพระราชธิดา พระประยูรญาติ
และข้าราชบริพาร
สวนสุนันทาจึงเป็นศูนย์กลางของราชสำนักฝ่ายในยุคสุดท้ายก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง
และพระวิมาดาเธอฯ
ทรงใช้อุโมงค์ใต้เนินเขานี้เป็นที่เก็บถ้วยชาม
ข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่สูงค่านักในอุโมงค์แห่งนี้เมื่อ
เปลี่ยนแปลงการปกครอง
ข้าราชบริพารได้ขนของในอุโมงค์ไปถวายสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้านิภานภดลกรมขุนอู่ทองเขตขตัติยนารีซ่ึงทรงลี้ภยัการเมืองไปประทับที่ชวาจนหมดสิ้น
อุโมงค์นี้จึงมิได้ใช้
ประโยชน์อันใดจนกระทั่ง พ.ศ.๒๔๘๐
คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของพระยาพหลพลพยุหเสนา
ได้มีมติให้
ใช้สวนสุนันทาเป็นสถานที่จัดการศึกษาสำหรับสตรีชื่อโรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัยและในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองอุโมงค์นี้ก็ได้ทำหน้าที่เป็นหลุมหลบภยัทางอากาศของครูและนักเรียน
รวมถึงเป็นที่เก็บเอกสารสำคัญ
ทั้งหมดของกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้นด้วยกาลเวลาผ่านมาจนปัจจุบันอุโมงค์นี้ก็
ยังคงโลดแล่นเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่ท้าทายกาลเวลาถ้าอุโมงค์มีชีวิต
ก็คงมีเรื่องราวมากมายในระยะร้อยกว่าปีมาเล่าให้ลูกหลานชาวสวนสุนันทาฟังไม่รู้จบสิ้น.
