
เวลา ๑๖.๐๐ น. ขบวนรถยนต์พระที่นั่งนำเสด็จพระราชดำเนินมาถึง ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีถวายความเคารพ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงจากรถยนต์พระที่นั่ง นายบุญถิ่น อัตถากร ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ถวายคำนับ กราบบังคมทูลรายงานตัว และเบิกตัวผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทตามลำดับคือ นายสาโรช บัวศรี อธิบดีกรมการฝึกหัดครู คุณหญิงกรองแก้ว ปทุมานนท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยครูสวนสุนันทา แพทย์หญิงคุณมานา บุญคั้นผล นายกสมาคมศิษย์เก่าสวนสุนันทาในพระบรมราชินูปถัมภ์
เมื่อกราบบังคมทูลเบิกตัวแล้ว หม่อมหลวงปราณี สนิทวงศ์ อาจารย์เอก หัวหน้าฝ่ายฝึกหัดครู ถวายคำนับแล้วทูลเกล้าฯ ถวายมาลัยพระกร เมื่อทรงรับแล้วผินพระพักตร์มายังแถวผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท มีพระราชดำรัสค่อนข้างเบาว่า “คนใหม่หรือ?” ทุกคน ณ ที่นั้นนิ่งและได้แต่สบตากัน เพราะได้ยินไม่ถนัดและเดาความไม่ออก พระองค์ท่านทรงเข้าพระทัยว่าได้ยินไม่ถนัด จึงมีพระราชดำรัสซ้ำดังขึ้นอีกหน่อยว่า “คนใหม่หรือ?” ทุกคนก็ยังนิ่ง
เผอิญคุณหญิงกรองแก้ว ซึ่งยืนอยู่ ณ ที่นั้นด้วย ระลึกขึ้นถึงข้อความที่เรียนท่านราชเลขาธิการไปว่า คุณหญิงใกล้จะครบเกษียณอายุราชการแล้ว เห็นทีจะได้นำถ้อยคำนี้ไปเป็นเหตุอันหนึ่งในการกราบบังคมทูลเชิญเสด็จ เพราะเป็นที่ทราบกันว่าทรงพระเมตตาแก่ผู้สูงอายุเป็นพิเศษ การที่เสด็จพระราชดำเนินมาในครั้งนี้น่าจะเป็นด้วยทรงพระเมตตาปรานีแก่ผู้ที่ใกล้จะเกษียณอายุราชการ ซึ่งปฏิบัติงานในหน้าที่มาตลอดด้วยดี จึงมีกระแสพระราชดำรัสถามดังกล่าวข้างต้น เมื่อนึกได้ คุณหญิงกรองแก้วจึงรีบถวายคำนับกราบบังคมทูลว่า “ไม่ใช่เพคะ” เพราะทรงเข้าพระทัยว่า อาจารย์หม่อมหลวงปราณี สนิทวงศ์ ที่ถวายมาลัยนั้นคือผู้ที่จะมารับตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยครูสวนสุนันทาคนถัดไป เมื่อทรงฟังแล้วก็เสด็จพระราชดำเนินไปตามลาดพระบาทเข้าสู่พลับพลาที่ประทับ พิธีต่างๆ ก็เริ่มขึ้นตามกำหนดการ
เมื่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้กราบบังคมทูลถวายรายงานการสร้างพระราชานุสาวรีย์และขอพระราชทานอัญเชิญเสด็จทรงประกอบพิธีเปิดแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินตามลาดพระบาทไปยังพระราชานุสาวรีย์ บรรดาผู้เฝ้ารับเสด็จได้ตามเสด็จพระราชดำเนินไปด้วย แต่ส่วนมากหยุดที่เชิงบันได พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมที่พระกรเบื้องขวา ซึ่งพาดอยู่บนพระเพลา พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ฆ้องชัย แตร สังข์ และดุริยางค์ประโคมขึ้นพร้อมกัน จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้วจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะและทรงกราบถวายบังคมพระบรมรูป ขณะเสด็จพระราชดำเนินกลับลงมาตรงชานบันไดทรงมีพระราชดำรัสแก่ท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการว่า “ร่มรื่นดี”
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับมาประทับยังพลับพลาพิธีแล้ว ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในสมุดเยี่ยมของวิทยาลัย และสมุดเยี่ยมของสมาคนศิษย์เก่าสวนสุนันทา ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ต่อจากนั้น คุณหญิงกรองแก้ว ปทุมานนท์ ผู้อำนวยการ ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือที่ระลึก และกราบบังคมทูลว่า
“วันนี้พวกเราตั้งใจที่จะได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททั้งสองพระองค์ แต่เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถไม่สามารถเสด็จพระราชดำเนินมาได้ จึงเป็นที่น่าเสียใจนัก”

ทรงมีพระราชดำรัสตอบว่า “เดิมก็ตั้งใจจะมา แต่เผอิญเมื่อคืนนี้กลับมาถึงดึกไป ทรงเหนื่อยมาก ฝากให้มาบอกว่า ทรงเสียดายมาก”(เพิ่งเสด็จพระราชดำเนินกลับจากการทรงงาน และเยี่ยมค่ายทหารทางจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
คุณหญิงกรองแก้ว นึกขึ้นได้ว่า เมื่อก่อนหน้านี้ทรงมีพระราชดำรัสถามหลังจากที่ทรงรับมาลัยพระกรที่อาจารย์ หม่อมหลวงปราณี สนิทวงศ์ ทูลเกล้าฯ ถวายว่า “คนใหม่หรือ” และได้คุณหญิงได้กราบบังคมทูลตอบว่า “ไม่ใช่เพคะ” นั้น ดูแล้วไม่น่าจะเข้าพระทัย จึงใช้โอกาสนั้นกราบบังคมทูลเพิ่มเติมว่า
“เกล้ากระหม่อมฉันจะครบเกษียณอายุในปีหน้านี้ ได้มารับราชการอยู่ที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทานี้เกือบ ๒๕ ปีแล้ว ได้พยายามปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ” ทรงมีพระราชดำรัสว่า “ก็ได้ทำความดีมานานนี่”
คุณหญิงกรองแก้วกราบบังคมทูลต่อไปว่า “เมื่อเกษียณอายุไปแล้ว ทางราชการจะแต่งตั้งผู้อำนวยการคนใหม่มา ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร” ทรงมีพระราชดำรัสว่า “อ้อ! ทางกระทรวงต้องเป็นผู้ตั้งมา” จึงกราบบังคมทูลต่ออีกว่า “ตามที่กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานใช้ตราประจำพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทาฯ มาเป็นตราเครื่องหมายประจำวิทยาลัย และได้ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานแล้วนั้น บัดนี้ได้ใช้ประทับหนังสือซึ่งทูลเกล้าฯ ถวาย และทำเป็นเข็มกลัดขนาดเล็ก ซึ่งได้กลัดมาที่มุมหนังสือเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายให้ทอดพระเนตรด้วย” พอได้ทรงฟังคำอธิบาย ได้ยืดพระองค์ขึ้นหันพระพักตร์ไปทอดพระเนตรหนังสือซึ่งได้ทรงวางไว้บนโต๊ะซึ่งทอดชิดเก้าอี้ที่ประทับ คุณหญิงกรองแก้วเห็นว่าได้เข้าเฝ้าอยู่นานพอควร จึงก้มลงกราบแล้วคลานถอยออกมา
ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกประทับมุขพลับพลาพิธีตามคำกราบบังคมทูลเชิญของท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อทอดพระเนตรการแสดงที่วิทยาลัยจัดถวายหน้าพระที่นั่ง ซึ่งการแสดงที่จัดมาถวายนั้นเป้นการรำอวยพรของเหล่านางฟ้า แสดงโดยนักศึกษาหญิงล้วน เป็นชุดเดียวกับการร่ายรำถวายพระพรพระนารายณ์และพระลักษมี ในเรื่องกวนเกษียรสมุทร กับชุดการแสดงโมงครุ่มและกุลาตีไม้ แสดงโดยนักเรียนชายล้วน เป็นการแสดงถวายหน้าพระที่นั่งตามราชประเพณีโบราณ การแสดงจบลงด้วยความเรียบร้อย ท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการเข้าไปกราบบังคมทูลว่าจบการแสดงแล้ว จึงประทับยืน ปี่พาทย์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จจากที่ประทับยืนมาถึงที่ตรงจะก้าวลงจากพลับพลาพิธี ทรงผินพระพักตร์มาทางคุณหญิงกรองแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัย แย้มพระสรวลน้อยๆ และมีพระราชดำรัสว่า “ครึกครื้นดี” ท่านผู้อำนวยการถวายคำนับแล้วกราบบังคมทูลว่า “เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ” ท่านผู้อำนวยการตามไปส่งเสด็จจนถึงรถยนต์พระที่นั่ง เมื่อรถพระที่นั่งเคลื่อนกองดุริยางค์ลูกเสือบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และจบลงด้วยเสียงถวายไชโยถวายพระพรจากบรรดาเหล่าอาจารย์ นักเรียน นักศึกษาอย่างกึกก้อง เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับนั้น เป็นเวลา ๑๖.๔๕ น. งานทุกอย่างสำเร็จลงตามกำหนด นับเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จมายังสถานศึกษาแห่งนี้ และเป็นวิทยาลัยครู ซึ่งในที่สุดเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งแรกที่ได้มีโอกาสรับเสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงประกอบพิธี นับเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้ทรงพระมหากรุณาพระราชทานแก่สวนสุนันทา ไม่มีผู้ใดจะลืมเลือนวันอันเป็นมหามงคลที่ยิ่งใหญ่นี้ได้ ต่างเต็มตื้นปิติยินดีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น