หน้าหลัก > ข่าว > พิพิธภัณฑ์ออนไลน์ > พิพิธภัณฑ์ออนไลน์ ตอนที่ ๑๕ : ๒๘ เมษายน วันนริศ รำลึกพระอัจฉริยภาพ สมเด็จครู นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม
พิพิธภัณฑ์ออนไลน์ ตอนที่ ๑๕ : ๒๘ เมษายน วันนริศ รำลึกพระอัจฉริยภาพ สมเด็จครู นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม

ผู้ดูแลเว็บ สำนักศิลปวัฒนธรรม
2021-05-10 13:20:23

พิพิธภัณฑ์ออนไลน์ ตอนที่ ๑๕ :

๒๘ เมษายน วันนริศ รำลึกพระอัจฉริยภาพ

สมเด็จครู นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม

          วันที่ ๒๘ เมษายน ของทุกปีถือเป็น “วันนริศ” หรือวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ “สมเด็จครู” ผู้ที่ทรงได้รับยกย่องให้เป็น “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม”

          สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่ประสูติแต่พระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย มีพระนามเดิมว่าพระองค์เจ้าจิตรเจริญ ประสูติเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๔๐๖

          ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงสนพระทัยในศิลปกรรมแขนงต่างๆ มาโดยตลอด ทรงโปรดการทอดพระเนตรงานศิลปะต่างๆ ในพระบรมมหาราชวัง เช่น งานจิตรกรรมฝาผนังและตามบานประตูของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และมักจะทรงวาดภาพต่างๆ ที่ทรงโปรดอยู่เสมอ มีหลักฐานว่าทรงสนพระทัยงานศิลปะตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ จากบันทึกของพระองค์เองที่ระบุว่า

          “วิชาเขียนนั้นตั้งแต่ฉันยังเล็กๆ อยู่ก็ให้นึกรักเป็นกำลัง พอดีกันกับที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตรัสมอบหมายให้เป็นหน้าที่เลี้ยงพระฉันเวร คือพระฉันทุกวันบนพระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ แต่พอประเคนสำรับแก่พระแล้ว ก็เตร่ไปอยู่แก่พวกปี่พาทย์นั้นอย่างหนึ่ง แม้ไม่อย่างนั้นก็เข้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เดินดูพระระเบียงเสียรอบหนึ่งแล้วก็จำอะไรมา ครั้นกลับมาถึงเรือนก็เขียนสิ่งที่จำมานั้นไว้…”

          เมื่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เจริญพระชันษาได้ ๑๗ ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบซ่อมหอพระคันธารราษฎร์และรูปปั้นอสูรหน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงเบิกบานในพระทัยมาก ในกาลต่อมาอีกหลายปี ได้ทรงมีลายพระหัตถ์กราบทูลสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ไว้ดังนี้

          “ความเบิกบานใจของเกล้ากระหม่อม คราวใดจะเสมอเหมือนคราวนั้นไม่มี เพราะกำลังศึกษาการเขียนด้วยความรัก และตัวก็มีหน้าที่ด้านทำการปฏิสังขรณ์หอพระคันธารราษฎร์อยู่ด้วย ไปตั้งแต่เช้าอยู่จนเย็นทุกวัน เดินรอบพระระเบียงดูร่างดูเขียนกันวันละรอบแล้วเป็นอย่างน้อย ใครเขียนดีดีก็ทอดทางไมตรีวิสาสะด้วยเขา ฟังเขาพูดเรื่องการเขียนบ้าง ช่วยเป็นลูกมือเขาทาสี ตัดเส้นตัวเลวๆ ไปบ้าง จับจำคำติเตียนและคำแนะนำของเขาเป็นครู…”

          การระดมช่างฝีมือดีมีชื่อมาช่วยกันบูรณะซ่อมแซมในคราวนั้น เท่ากับเป็นการแข่งขันประชันฝีมือกันในที เป็นโอกาสเหมาะอย่างยิ่งที่จะเรียนวิชาจากยอดศิลปินมีชื่อของยุคสมัยนั้น

          สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงระบุเพิ่มเติมในบันทึกว่า “เวลานั้นเกล้ากระหม่อมเกือบไม่ได้ไปที่อื่น อยู่ที่นั่น ช่วยเป็นลูกมือและฟังพวกท่านอาจารย์พูด และสังเกตกลเม็ดในการเขียนอยู่ตลอดเวลา…”

          สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงโปรดงานศิลปะทุกแขนง มีพระปรีชาสามารถเป็นอเนกประการ ทั้งด้านสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ด้านวรรณกรรม ด้านดุริยศิลป์และนาฏศิลป์การละคร รวมถึงการออกแบบพระราชลัญจกร อักษรพระนามเจ้านายพระบรมวงศ์ อนุสาวรีย์และอนุสรณ์สถาน ตลอดจนตราสัญลักษณ์ต่างๆในทางราชการอีกมากมายสุดจะพรรณนา งานออกแบบที่ได้รับพระบรมราชโองการให้จัดทำถวายมาตลอดพระชนมายุ คืองานสร้างพระเมรุ เป็นงานที่ทรงมีพระดำรัสว่า เป็นงานที่ทำขึ้นใช้ชั่วคราวแล้วรื้อทิ้งไป เป็นโอกาสได้ทดลองใช้ปัญญาความคิดแผลงได้เต็มที่ จะผิดพลาดไปบ้างก็ไม่สู้กระไร ระวังเพียงอย่างเดียวคือเรื่องทุนเท่านั้น

          นอกจากนี้ ยังทรงเป็นพระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ที่มีน้ำพระทัยกว้างขวาง ทรงเป็นผู้คัดเลือกและสนับสนุนให้ศาสตราจารย์คอราโด เฟโรชี ประติมากรชาวอิตาเลียน ซึ่งต่อมาคือศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ได้เข้ามารับราชการในสยาม และได้อาศัยความสามารถของศาสตราจารย์ผู้นั้นในการขยายผลการจัดการศึกษาวิชาการทางด้านศิลปะเป็นปึกแผ่นสืบมาจนปัจจุบันนี้นั่นก็ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล และน้ำพระทัยอันกว้างขวางของพระองค์ท่านนั่นเอง

          สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๔๙๐ พระชันษา ๘๓ ปี และเนื่องในวาระฉลองวันประสูติครบ ๑๐๐ ปี องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก : UNESCO)ได้ประกาศยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลก เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๐๖ นอกจากนี้ สมาชิกราชสกุลจิตรพงศ์ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ถือเอาวันที่ ๒๘ เมษายน ซึ่งเป็นวันประสูติ กำหนดให้เป็น วันนริศ เพื่อรำลึกถึงพระเกียรติคุณร และผลงานทุกแขนงของสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นี้สืบไป

รวีโรจน์ สิงห์ลำพอง : เรียบเรียง

สาลินี บุญสมเคราะห์ : ภาพประกอบ