หน้าหลัก > ข่าว > เกร็ดความรู้ > ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๕ วันประสูติ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี
๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๕ วันประสูติ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี

ผู้ดูแลเว็บ สำนักศิลปวัฒนธรรม
2022-02-14 10:17:44

วันนี้ในอดีต - ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๕

วันประสูติ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี

          พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี ประสูติเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๕ ในพระบรมมหาราชวัง เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเจ้าจอมมารดาเหม ผู้เป็นธิดาคนโตของพระยาธรรมสารนิติวิชิตภักดี (พลับ อมาตยกุล) เมื่อแรกประสูติทรงได้รับพระราชทานพระนามว่า พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้ามัณฑนาภาวดี แต่ขณะมีพระชันษาได้ ๖ ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนพระนามเป็น พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าเหมวดี

          เมื่อทรงพระเยาว์ได้ทรงศึกษาที่โรงเรียนราชกุมารีซึ่งตั้งอยู่ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณในพระบรมมหาราชวัง ทรงเรียนภาษาไทยกับพระยาอิศรพันธุ์โสภณ (ม.ร.ว.หนู อิศรางกูร) และทรงเรียนภาษาอังกฤษกับ ม.จ.พิจิตรจิราภา เทวกุล หลังจากนั้นทรงศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยพระองค์เอง แต่เนื่องจากพระองค์ทรงมีพรสวรรค์ในงานช่างฝีมือมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงมีไหวพริบพระปฏิภาณเป็นเลิศ ส่วนหนึ่งทรงได้มาจากเจ้าจอมมารดาผู้ที่คิดค้นวิธีปรุงน้ำหอมชาววัง และอีกส่วนหนึ่งทรงได้มาจากบรรพชนของฝ่ายมารดาคือ พระยากษาปณกิจโกศล (โหมด อมาตยกุล) ผู้มีความรู้ทางช่าง และเป็นช่างถ่ายภาพคนแรกของไทยเมื่อปลายรัชกาลที่ ๓ ด้วย พระองค์ทรงโปรดงานฝีมือ เช่น ทรงถักนิตติ้ง โครเชท์ และครอสติตช์ ทรงคิดค้นลวดลายแปลกๆ อยู่เสมอ เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จประพาสแอฟริกาได้ทอดพระเนตรลูกไม้พันธุ์หนึ่งมีเปลือกเมล็ดแข็ง ได้ทรงนำมาแกะสลักเป็นรูปดอกไม้ ทำเข็มกลัดประดับเสื้อ หรือแม้แต่หินอ่อนก็ทรงแกะสลักเสลาเป็นกรอบรูปงดงาม

      เมื่อครั้งเสด็จฯ ประทับที่เกาะชวากับสมเด็จเจ้าฟ้านิภานภดลฯ ณ ตำหนักดาหาปาตี กับครอบครัวราชสกุลบริพัตรทรงใช้เวลาว่างตัดรูปภาพจากหนังสือแมกกาซีนมาปิดลงบนแผ่นไม้อัด ทรงใช้เลื่อยตัดเป็นรูปต่อจิ๊กซอว์นับร้อยชิ้น เมื่อนำมาต่อกันจะได้ภาพที่สวยงามมาก

      ภายหลังจากสมเด็จพระบรมราชชนกเสด็จสวรรคต ได้ทรงย้ายที่ประทับจากวังสวนดุสิตไปยังสวนสุนันทา ประทับในตำหนักเดียวกับเจ้าจอมมารดาเหม และต่อมาเจ้าจอมมารดาได้ถึงแก่อสัญกรรมที่ตำหนัก พระองค์เจ้าเหมวดีได้ประทับต่อมาตราบจนกระทั่งหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองในปีพุทธศักราช ๒๔๗๖ จึงได้เสด็จไปประทับที่สวนนอก ณ วังถนนพิชัย แล้วจึงทรงเสด็จตามสมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดลฯ ไปยังเกาะชวาเพื่อทรงเยี่ยมทูลกระหม่อมบริพัตรและครอบครัว พระองค์ประทับที่ตำหนักดาหาปาตี จนกระทั่งสมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดลฯ สิ้นพระชนม์ในปี ๒๔๗๘ จึงได้เชิญพระศพกลับมายังไทย หลังจากนั้นได้ทรงซื้อบ้านอรฉัตรที่หัวหินประทับนานถึง ๑๐ ปี ด้วยทรงพระสำราญ เสด็จกลับกรุงเทพฯ เป็นครั้งคราวเฉพาะเมื่อมีพระราชพิธีสำคัญ

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างตำหนักที่ประทับในซอยมหาดเล็กหลวงถนนราชดำริ ประทานนามว่า วังราชทัต

      พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี สิ้นพระชนม์วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ด้วยพระโรคพระวักกะพิการ พระชันษา ๘๐ ปี โดยมีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๖ ณ พระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาส


ส่วนตำหนักเดิมที่เคยประทับกับเจ้าจอมมารดาเหมในสวนสุนันทานั้น ปัจจุบันได้รื้อไปแล้วและได้สร้างอาคารใหม่แทนที่เดิม เรียกชื่ออย่างเป็นทางการว่า ตึกเหมวดีพิทักษ์ เพื่อเป็นพระอนุสรณ์รำลึกถึงพระองค์ หรือที่เรียกว่า ตึก ๓๗