
พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา พระนามเดิม หม่อมเจ้าหญิงสาย ประสูติ วันที่ ๔ กันยายน ๒๔๐๖ สิ้นพระชนม์ วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๒ สิริพระชนมายุได้ ๖๖ พรรษา พระคุณสมบัติพิเศษ ทรงเป็นเอตทัคคะในด้านการทำกับข้าวและนักพฤษศาสตร์
พระวิมาดาเธอฯ เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูมินทรภักดี องค์ต้นราชสกุล “ลดาวัลย์ ณ อยุธยา” (พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) กับเจ้าจอมมารดาจีน ในปี พุทธศักราช ๒๔๓๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา เป็น “พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสุทธาสินีนาฏ” ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๔๖๘ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เฉลิมพระยศและเลื่อนกรม ขึ้นเป็น “พระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ” และเพิ่มสร้อยพระนามกรมตอนท้ายว่า “ปิยมหาราชปดิวรัดา” ซึ่งแปลความหมายว่า “ภริยาที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อสามีผู้ทรงเป็นปิยมหาราชาของพสกนิกรชาวไทย” นั่นเอง
พระวิมาดาเธอฯ มีพระราชโอรสและพระราชธิดารวม ๔ พระองค์ คือ
๑. สมเด็จฯ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ (องค์ต้นราชสกุล “ยุคล ณ อยุธยา”)
๒. เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี (สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังมิได้ทรงกรม)
๓. สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามาลินีนพดารา สิรินิภาพรรณวดี กรมขุนศรีสัชนาลัยสุรกัญญา
๔. สมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตรขัตติยนารี
นอกจากนี้พระวิมาดาเธอฯ ยังมีพระเชษฐภคินี ร่วมพระชนนีอีกสองพระองค์ คือ
๑. หม่อมเจ้าหญิงบัว (ในรัชกาลที่ ๕ ทรงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น “พระอัครชายาเธอ กรมขุนอรรควรราชกัลยา”)
๒. หม่อมเจ้าหญิงปิ๋ว (ในรัชกาลที่ ๕ ทรงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น “พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์”)
ในปีพุทธศักราช ๒๔๖๓ เมื่อพระที่นั่งและตำหนักต่างๆ ในสวนสุนันทาได้สร้างแล้วเสร็จ หลังจากนั้นไม่นานพระวิมาดาเธอฯ และพระราชธิดาทั้งสองพระองค์ได้ทรงย้ายที่ประทับจากวังสวนดุสิตและวังลดาวัลย์ของพระราชโอรสเสด็จฯ มายังสวนสุนันทา ได้ประทับต่อมาตราบจนกระทั่ง สิ้นพระชนม์ที่ตำหนัก เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๒ สิริพระชนมายุได้ ๖๖ พรรษา
ส่วนตำหนักเดิมที่เคยประทับในสวนสุนันทานั้น ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นโบราณสถานของชาติ และได้ใช้เป็นอาคารของศูนย์ศิลปวัฒนธรรมหรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า “ตำหนักสายสุทธานภดล” เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลและแหล่งเรียนรู้ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมของชาติสืบไป
ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือที่รำลึก ๗๕ ปี สวนสุนันทา