หน้าหลัก > ข่าว > เกร็ดความรู้ > เล่าเรื่องพระบารมีปกเกล้าชาวสวนสุนันทา ตอนที่ ๒
เล่าเรื่องพระบารมีปกเกล้าชาวสวนสุนันทา ตอนที่ ๒

ผู้ดูแลเว็บ สำนักศิลปวัฒนธรรม
2025-09-18 13:41:27

ปี ๒๕๑๒ วิทยาลัยครูสวนสุนันทา ได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานจัดสร้างพระพุทธรูปสำคัญสำหรับวิทยาลัย ซึ่งขณะนั้นยังไม่มี โดยเห็นว่าควรสร้างพระพุทธรูปปางประทานพรแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่เรียกว่าแบบ ภปร. ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดให้วัดเทวสังฆาราม และวัดบวรนิเวศวิหารในสมัยที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ แต่ครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ที่พระสาสนโสภณ เป็นเจ้าอาวาสได้จัดสร้างขึ้น วิทยาลัยจึงทำหนังสือผ่านต้นสังกัด ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้างพระพุทธรูปตามแบบพระราชนิยม กับขอพระราชทานนาม และขอพระราชทานพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. ประดิษฐานไว้ที่ผ้าทิพย์ของพระพุทธรูปด้วย

เมื่อสำนักราชเลขาธิการ ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาแล้ว ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างได้ตามความประสงค์ แต่มีพระบรมราชวินิจฉัยว่า พระปรมาภิไธยย่อที่จะขอประดิษฐานไว้ที่ผ้าทิพย์นั้น ควรจะเป็นตราสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องด้วยองค์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี จะเหมาะสมกว่า วิทยาลัย รับพระราชกระแสรับสั่งนั้นใส่เกล้าฯ แล้วจึงเปลี่ยนสัญลักษณ์ที่ผ้าทิพย์ เป็นอักษร “ส” ในพระมงกุฎมหากฐิน ซึ่งเป็นอักษรพระนามของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ นั่นเอง เมื่อจัดสร้างเสร็จสมบูรณ์ จึงได้นำความกราบบังทูลพระกรุณา ขอพระราชทานนามพระพุทธรูปอีกครั้ง จึงทรงทรงพระกรุณาพระราชทานนามว่า “พระพุทธสุนันทากร” และประดิษฐานไว้เป็นสิริมงคลแก่วิทยาลัยสืบมา

ปี ๒๕๑๓ ได้มีความคิดที่จะจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ขนาดเท่าพระองค์จริง ประดิษฐานไว้เป็นมิ่งขวัญ เป็นที่เคารพสักการะ ทั้งยังเป็นสิริมงคลและศรีสง่าแก่วิทยาลัยอีกด้วย ความจริงแนวความคิดนี้มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๘ แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ จึงค่อยทำค่อยไป ตั้งแต่เรื่องการระดมทุน การหารือเรื่องการจัดสร้างกับกรมศิลปากร เมื่อได้แบบพระบรมรูปเป็นที่พอใจแล้วจึงทำหนังสือไปยังราชเลขาธิการ ให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จัดสร้างพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ประดิษฐานไว้ ณ เนินเขาในบริเวณวิทยาลัยครูสวนสุนันทา ก็ได้รับพระมหากรุณาพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตามความประสงค์ ตามหนังสือของสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล.๐๐๐๑ / ๒๒๓๔ ลงวันที่ ๒๗ พ.ค. ๒๕๑๓

ในระหว่างดำเนินการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์นั้น เป็นระยะที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทาพิจารณาเห็นว่า ควรปรับเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ของวิทยาลัยเสียใหม่ จึงได้เขียนแบบดวงตราขึ้นโดยใช้อักษณพระนามย่อในลักษณะตราประจำพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ มาใช้เป็นตราประจำวิทยาลัย เมื่อเปลี่ยนตราประจำวิทยาลัย ก็ควรเปลี่ยนเครื่องหมายที่ใช้ประกอบเครื่องแบบนักศึกษา ให้เป็นแบบตราประจำวิทยาลัยด้วย จึงทำหนังสือกราบบังทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตผ่านต้นสังกัดขึ้นไป จนในที่สุดได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ตามที่ขอทุกประการตามหนังสือของสำนักราชเลาขาธิการ ที่รล ๐๐๐๒ / ๖๓๑๘ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๑๕ เครื่องหมายสำหรับนักศึกษาวิทยาลัยครูสวนสุนันทา จึงเป็นตรา “ส” ในพระมงกุฏมหากฐินมาตั้งแต่ครั้งนั้น

เมื่อการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์สำเร็จเรียบร้อยแล้ว ได้กำหนดวันที่จะประกอบพิธีเปิดระหว่างวันที่ ๑๐ – ๑๔ พ.ย. ๒๕๑๕ ได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมาทรงประกอบพิธีเปิดพระราชนุสาวรีย์ ในวันที่ ๑๐ พ.ย. เมื่อส่งหนังสือกราบบังคมทูลขึ้นไปตามลำดับ หม่อมหลวงทวีสันต์ ลดาวัลย์ ราชเลาธิการ ได้สอบถามมายังวิทยาลัยครูสวนสุนันทาถึงรายละเอียดและความจำเป็นในการกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ เพราะในระยะดังกล่าวมีพระราชกิจมาก ทั้งได้ปฏิเสธการเสด็จพระราชดำเนินไปประกอบพิธีเปิดพระอนุสาวรีย์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตามที่วิทยาลัยพณิชยการพระนครกราบบังคมทูลเชิญ แต่กระนั้นในที่สุดท่านราชเลขาธิการได้ติดต่อมายังวิทยาลัยอีกครั้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์ สมเด้จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ ในวันที่ ๑๐ พ.ย. ๒๕๑๕ เวลา ๑๖.๐๐ น. และมีเวลาที่จะประทับอยู่ได้เพียง ๔๕ นาทีเท่านั้น

(โปรดติดตามตอนต่อไป)