หน้าหลัก > ข่าว > เกร็ดความรู้ > เล่าเรื่องพระบารมีปกเกล้าชาวสวนสุนันทา ตอนที่ ๓
เล่าเรื่องพระบารมีปกเกล้าชาวสวนสุนันทา ตอนที่ ๓

ผู้ดูแลเว็บ สำนักศิลปวัฒนธรรม
2025-09-18 13:44:26

เมื่อก่อนจะจบตอนที่ ๒ ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า เมื่อวิทยาลัยครูสวนสุนันทาจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ เสร็จเรียบร้อยแล้วได้ทำหนังสือผ่านต้นสังกัดไปยังสำนักราชเลขาธิการ เพื่อขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงทั้งสองพระองค์ (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี) เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์ แต่ก็มีเหตุให้หวาดหวั่นใจอยู่บ้าง เพราะท่านราชเลขาธิการ หม่อมหลวงทวีสันต์ ลดาวัลย์ ได้สอบถามมายังวิทยาลัยถึงความจำเป็นในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ เพราะในวันนั้นทรงมีพระราชกิจมาก ต้องเสด็จออกพระราชทานน้ำสังข์แก่คู่สมรสพระราชทานหลายคู่ ทั้งพระราชทานพระราชวโรกาสให้ ฯพณฯเอกอัครราชทูตเบลเยี่ยม และภริยาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายบังคมลา และในตอนค่ำต้องเสด็จพระราชดำเนินในงานราตรีแสงเทียนของมูลนิธิช่วยคนตาบอด ในพระบรมราชูปถัมภ์

.

คุณหญิงกรองแก้ว ปทุมานนท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยครูสวนสุนันทาในขณะนั้นเคยเล่าว่า เมื่อได้ฟังหมายพระราชกิจจากท่านราชเลขาธิการแล้วรู้สึกใจหาย ท้อใจ และหวั่นเกรงเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่สามารถเสด็จพระราชดำเนินตามคำกราบบังคมทูลเชิญได้ แต่ก็ได้กราบเรียนท่านราชเลขาธิการไปว่า “การรับเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ ทั้งครูและนักเรียน นักศึกษาต่างก็ตั้งใจจะทำเป็นงานมโหฬารให้สมพระเกียรติ ตัวดิฉันเองก็เช่นเดียวกันเพราะจะได้มีโอกาสทำงานใหญ่เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยปีหน้าก็จะครบเกษียณอายุแล้ว”

.

หลังจากนั้นก็รอคอยคำตอบอยู่ด้วยความกระวนกระวายใจอยู่หลายวัน กระทั่งวันที่ ๑๗ ต.ค. ๒๕๑๕ ท่านราชเลขาธิการได้โทรศัพท์มายืนยันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จะเสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์ ในวันที่ ๑๐ พ.ย. ๒๕๑๕ ตามที่กราบบังคมทูล แต่มีข้อสัญญาว่าให้รวบรัดงานต่างๆ ตามกำหนดการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา ๔๕ นาที เมื่อได้รับทราบดังนี้ ทำให้เกิดความปลื้มปิติเป็นล้นพ้นแก่ชาวสวนสุนันทาทั้งมวล

.

ในวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ก่อนถึงกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินเพียงหนึ่งวัน ฝนตกลงมาอย่างหนัก หน้าสนามหน้าอาคารกรรณาภรณ์พิพัฒน์ ซึ่งเป็นที่ตั้งพลับพลาพิธีและปะรำ เจิ่งนองไปด้วยน้ำขัง แต่กระนั้นชาวสวนสุนันทาก็มิได้ย่อท้อ นักเรียน นักศึกษา ในความควบคุมของครูอาจารย์ หิ้วถังวิดน้ำที่ขังอยู่ในสนามออกไป เพื่อช่วยให้สนามแห้งเร็วทันเวลา และให้คนงานทำทางปูไม้กระดานรองลาดพระบาทจากพลับพลาที่ประทับไปยังทางขึ้นพระราชานุสาวรีย์ และในเวลาค่อนข้างกระชั้นชิดนี้ ได้รับทราบว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถจะไม่เสด็จพระราชดำเนินมาในพิธี แต่การทุกอย่างให้คงไว้ตามกำหนดการเดิมทุกประการ

.

วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ก่อนเวลา ๑๖.๐๐ น. ภายในวิทยาลัยครูสวนสุนันทาตั้งแต่ประตูทางเข้าถนนอู่ทองนอก และในบริเวณพิธีคลาคล่ำไปด้วยผู้คน กองดุริยางค์ลูกเสือสวนสุนันทาอยู่ตรงหัวแถวใกล้ลาดพระบาทด้านซ้าย ต่อจากนั้นเป็นคณะกรรมการสภานักศึกษา และบรรดานักศึกษา และนักเรียนของวิทยาลัยครูสวนสุนันทา ด้านตรงข้ามมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้อำนวยการวิทยาลัย นายกสมาคมศิษย์เก่าสวนสุนันทา ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จชิดลาดพระบาทด้านขวา

.

เวลา ๑๖.๐๐ น. ขบวนรถยนต์พระที่นั่งนำเสด็จพระราชดำเนินมาถึง ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีถวายความเคารพ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงจากรถยนต์พระที่นั่ง นายบุญถิ่น อัตถากร ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ถวายคำนับ กราบบังคมทูลรายงานตัว และเบิกตัวผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทตามลำดับคือ ศาสตราจารย์ ดร. สาโรช บัวศรี อธิบดีกรมการฝึกหัดครู คุณหญิงกรองแก้ว ปทุมานนท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยครูสวนสุนันทา แพทย์หญิงคุณมานา บุญคั้นผล นายกสมาคมศิษย์เก่าสวนสุนันทาในพระบรมราชินูปถัมภ์

เมื่อกราบบังคมทูลเบิกตัวแล้ว หม่อมหลวงปราณี สนิทวงศ์ อาจารย์เอก หัวหน้าฝ่ายฝึกหัดครู ถวายคำนับแล้วทูลเกล้าฯ ถวายมาลัยพระกร เมื่อทรงรับแล้วผินพระพักตร์มายังแถวผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท มีพระราชดำรัสค่อนข้างเบาว่า “คนใหม่หรือ?” ทุกคน ณ ที่นั้นนิ่งและได้แต่สบตากัน เพราะได้ยินไม่ถนัดและเดาความไม่ออก พระองค์ท่านทรงเข้าพระทัยว่าได้ยินไม่ถนัด จึงมีพระราชดำรัสซ้ำดังขึ้นอีกหน่อยว่า “คนใหม่หรือ?” ทุกคนก็ยังนิ่ง

เผอิญคุณหญิงกรองแก้ว ซึ่งยืนอยู่ ณ ที่นั้นด้วย ระลึกขึ้นถึงข้อความที่เรียนท่านราชเลขาธิการไปว่า คุณหญิงใกล้จะครบเกษียณอายุราชการแล้ว เห็นทีจะได้นำถ้อยคำนี้ไปเป็นเหตุอันหนึ่งในการกราบบังคมทูลเชิญเสด็จ เพราะเป็นที่ทราบกันว่าทรงพระเมตตาแก่ผู้สูงอายุเป็นพิเศษ การที่เสด็จพระราชดำเนินมาในครั้งนี้น่าจะเป็นด้วยทรงพระเมตตาปรานีแก่ผู้ที่ใกล้จะเกษียณอายุราชการ ซึ่งปฏิบัติงานในหน้าที่มาตลอดด้วยดี จึงมีกระแสพระราชดำรัสถามดังกล่าวข้างต้น เมื่อนึกได้ คุณหญิงกรองแก้วจึงรีบถวายคำนับกราบบังคมทูลว่า “ไม่ใช่เพคะ” เพราะทรงเข้าพระทัยว่า อาจารย์หม่อมหลวงปราณี สนิทวงศ์ ที่ถวายมาลัยนั้นคือผู้ที่จะมารับตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยครูสวนสุนันทาคนถัดไป เมื่อทรงฟังแล้วก็เสด็จพระราชดำเนินไปตามลาดพระบาทเข้าสู่พลับพลาที่ประทับ พิธีต่างๆ ก็เริ่มขึ้นตามกำหนดการ